LocationIcon
PhoneIcon

Contact Us

+66 2831 8888 CALL NOW

richmond@grandrichmondhotel.com


Form

Enquire

ENQUIRE NOW
LocationIcon
PhoneIcon
Contact Us

+66 2831 8888 CALL NOW

richmond@grandrichmondhotel.com


Form

Enquire

ENQUIRE NOW
wedding/PREVIOUS WEDDING WITH US/
โลกสีน้ำเงินของวาฬใต้ท้องทะเล งานแต่งในแบบที่สะท้อนตัวตน @ Grand Richmond Hotel

โลกสีน้ำเงินของวาฬใต้ท้องทะเล งานแต่งในแบบที่สะท้อนตัวตน @ Grand Richmond Hotel

รีวิวงานแต่งงาน

Wedding Date

Apr 02,2026

(Updated

Apr 02,2026)

|

โลกสีน้ำเงินของวาฬใต้ท้องทะเล งานแต่งในแบบที่สะท้อนตัวตน @ Grand Richmond Hotel

เหตุผลที่ต้องเป็น Grand Richmond Hotel

เรามีเวลาเตรียมงานประมาณ 1 ปี โดยเริ่มต้นจากการมองหาสถานที่จัดงานแต่งในโซนนนทบุรีก่อน เนื่องจากบ้านของเราอยู่ในย่านนี้ และต้องการคำนึงถึงความสะดวกของผู้ใหญ่เป็นหลัก

เดิมทีผมเองก็รู้จักที่นี่อยู่แล้ว เพราะสมัยเรียนจบใหม่ ๆ เคยมีโอกาสมาร่วมงานเลี้ยงที่นี่ ทำให้มีภาพจำว่าเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันตัวเจ้าสาวก็มีภาพจำว่าคนในสายอาชีพเครื่องแบบอย่างผมมักนิยมมาจัดงานที่นี่เช่นกัน จึงทำให้เรานำสถานที่แห่งนี้เข้าไปอยู่ในลิสต์ตัวเลือกครับ

โจทย์สำคัญของเราคือการจัดงานในช่วงหน้าฝน จึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องที่จอดรถเป็นพิเศษ เราไปดูสถานที่มาหลายแห่ง ทั้ง wedding studio และ venue ต่าง ๆ แต่ส่วนใหญ่จะติดปัญหาเรื่องที่จอดรถ พอมาดูที่นี่แล้วเห็นว่ามีพื้นที่จอดรถค่อนข้างกว้าง รองรับรถได้จำนวนมาก และยังเป็นที่จอดรถในร่ม จึงรู้สึกว่าสะดวกสำหรับแขกและเริ่มคิดไว้ในใจว่าที่นี่น่าจะตอบโจทย์

แต่สิ่งที่ทำให้ที่นี่แซงสถานที่อื่นและกลายเป็นตัวเลือกที่ชนะใจจริง ๆ คือโถงหน้าห้องจัดงานเลี้ยง Richmond Grand Ballroom เพราะเจ้าสาวชอบมาก เห็นครั้งแรกก็ปักหมุดทันทีว่าต้องจัดงานที่นี่ครับ

แรงบันดาลใจจากคลื่นน้ำ สู่งานแต่งธีม Ocean สุดละเมียดละไม

คู่เราประทับใจโถงบันไดของโรงแรมมากตั้งแต่แรกเห็นครับ เพราะพื้นที่ดูกว้างขวาง โอ่โถง และไม่อึดอัด แม้จะไปชมห้องจัดงานอื่น ๆ มาแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นส่วนที่ชอบที่สุด โดยเฉพาะผลงานศิลปะบนเพดานที่สร้างความโดดเด่นให้กับโถงทางเข้า ทำให้เจ้าสาวประทับใจมากและตัดสินใจเลือกที่นี่จากจุดนี้เป็นหลัก

“ตุ๊กตาชอบดีไซน์ของผลงานศิลปะที่เป็นภาพสายน้ำเจ้าพระยายามค่ำคืนตรงโถงมากค่ะ ปกติเราเป็นคนที่ชอบงานผ้าที่มีความพลิ้วไหวอยู่แล้ว พอได้เห็นดีไซน์นี้ก็เกิดไอเดียขึ้นมาว่าอยากให้งานแต่งออกมาในบรรยากาศแบบคลื่นน้ำ เลยกลายเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างธีม Ocean ของงาน พอเห็นโถงบันไดก็เหมือนเห็นภาพในหัวเลยว่าอยากจัดดอกไม้ตรงนี้ เดินขึ้นไปแล้วเจอ Backdrop แบบไหน ทุกอย่างเหมือนวางภาพไว้ในใจตั้งแต่ตอนนั้นเลยค่ะ”

เดิมทีเราไม่ได้ตั้งคอนเซ็ปต์งานไว้ชัดเจนครับ แต่แนวคิดของงานค่อย ๆ เกิดขึ้นจากความต้องการให้ทุกอย่างสอดคล้องกับสถานที่ โดยเฉพาะผลงานศิลปะบนเพดานบริเวณโถงที่สื่อถึงสายน้ำเจ้าพระยายามค่ำคืน พอเห็นลวดลายคลื่นอยู่แล้ว เราเลยต่อยอดไอเดียให้กลายเป็นธีมใต้ทะเล

อีกอย่างหนึ่งคือความชอบส่วนตัวของเราทั้งสองคนที่ชอบอะไรที่มีความพลิ้วไหวเหมือนคลื่น ชอบทะเล และชอบสัตว์น้ำอย่างปลาวาฬหรือปลาฉลาม อีกทั้งสถานที่ที่เราใช้ขอแต่งงานกันก็เป็นทะเลเหมือนกัน จึงทำให้งานออกมาในโทนสีน้ำเงินให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ใต้ท้องทะเล

ในส่วนของการตกแต่ง Backdrop เราใช้ผ้าเป็นองค์ประกอบหลัก ทำลูกเล่นเป็นชั้นระบายให้ดูคล้ายคลื่น และดีไซน์รูปทรงบางส่วนให้มีลักษณะคล้ายปลาวาฬ ส่วนดอกไม้ก็เลือกใช้โทนสีฟ้า รวมถึงผ้า โต๊ะ และของตกแต่งต่าง ๆ ก็เน้นสีน้ำเงินเป็นหลัก แม้จะไม่ได้ทำให้เป็นธีมใต้ทะเลแบบชัดเจนทั้งหมด แต่โดยรวมก็พยายามออกแบบให้บรรยากาศของงานทำให้แขกรู้สึกถึงธีม Ocean ครับ

เรื่องราวความรักที่ซ่อนอยู่ในปลาวาฬตัวน้อย

เราอยากใส่ความเป็นตัวเองลงไปในงาน จึงจ้างศิลปินที่เราชื่นชอบวาดภาพการ์ตูนของเราสองคนกำลังขี่ปลาวาฬ จากนั้นผมนำภาพนั้นมาทำเป็นโมชั่นกราฟฟิกให้ขยับได้ โดยได้ขออนุญาตนักวาดเรียบร้อยแล้ว ส่วนกราฟิกและแบ็กกราวด์อื่น ๆ ภายในงานผมก็เป็นคนออกแบบและทำเองทั้งหมด

เหตุผลที่เลือกใช้ “ปลาวาฬ” เป็นองค์ประกอบหลักตั้งแต่หน้า Backdrop ไปจนถึงโมชั่นกราฟฟิก เพราะปลาวาฬเป็นสิ่งที่เราสองคนชอบมาก โดยเฉพาะเจ้าสาว ตั้งแต่คบกันมาก็จะเห็นว่ามีทั้งตุ๊กตาปลาวาฬ เสื้อปลาวาฬ รวมถึงของสะสมเกี่ยวกับปลาวาฬและปลาฉลามอยู่เต็มไปหมด จนเรารู้สึกว่านี่เหมือนเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของเราทั้งคู่ไปแล้ว

เราเลยตั้งใจนำปลาวาฬมาเป็นสัญลักษณ์ของงานแต่งครั้งนี้ ให้ทุกครั้งที่ใครเห็นปลาวาฬจะนึกถึงพวกเราสองคน ซึ่งพอออกมาแล้วแขกหลายคนก็ทักว่าภาพในงานน่ารักมากครับ

ไม่ต้องจัดงานแต่งตามแพทเทิร์น… แค่เป็นเราก็พอแล้ว

แนวคิดในการจัดงานของผมกับตุ๊กตาคืออยากให้งานแต่งสะท้อนความเป็นตัวของเรามากที่สุด เพราะปกติเราทั้งคู่เป็นคนสบาย ๆ ไม่ได้ยึดติดกับพิธีการมากนัก งานของเราจึงไม่มีประธานในพิธี หลังจากเปิดตัวบ่าวสาวแล้วก็เริ่มกิจกรรมกันเลย ทั้งเล่นเกมและรินแชมเปญ ใช้เวลาในช่วงพิธีการค่อนข้างสั้น เพื่อให้บรรยากาศของงานออกมาผ่อนคลาย

เราตั้งใจให้งานเหมือนการชวนเพื่อน ๆ และคนที่เรารักมาพบปะ กินข้าว และใช้เวลาสนุกด้วยกันมากกว่า เลยให้ความสำคัญกับเรื่องอาหารเป็นพิเศษ ภายในงานมีซุ้มอาหารจำนวนมาก จนผมต้องคอยเบรกเจ้าสาวไว้ เพราะแค่ที่เตรียมไว้ก็มีมากกว่า 10 ซุ้มแล้ว ยังไม่รวมไลน์บุฟเฟ่ต์ที่เป็นเมนหลักอีก

“จริง ๆ ตุ๊กตาอยากเพิ่มซุ้มอาหารมากกว่านี้ค่ะ แต่คุณแน๊ทห้ามไว้ บอกให้ใจเย็น ๆ ถ้าไม่ห้ามน่าจะมีเพิ่มอีกหลายซุ้มเลยค่ะ” (หัวเราะ)

สิ่งที่เราเพิ่มเข้ามาเป็นพิเศษก็มีซุ้มนมข้าวโพดและข้าวโพดคลุกเนย ซึ่งเป็นเมนูโปรดของเจ้าสาว เราเลยทำเป็นกิมมิกเล็ก ๆ โดยแปะโลโก้ของเราลงไปด้วย

จริง ๆ แล้วซุ้มอาหารแทบทุกซุ้มในงานคือเมนูที่เราสองคนชอบทั้งคู่ หลายคนที่เห็นก็จะพอเดาได้เลยว่าเมนูไหนเป็นของโปรดของตุ๊กตา หรือเมนูไหนเป็นของโปรดของแน๊ท เหมือนเราอยากนำอาหารที่เราชอบมาแบ่งปันให้เพื่อน ๆ และคนที่มาร่วมงานได้ลองทานไปด้วยกัน

ถ้าสังเกตจะเห็นว่าอาหารส่วนใหญ่เป็นแนวสตรีทฟู้ด เพราะตุ๊กตาเป็นคนที่ชอบออกไปตามหาร้านอาหารง่าย ๆ ที่คนไทยคุ้นเคย จึงได้ซุ้มอาหารอย่างข้าวผัดปู ข้าวหมูแดง หรือก๋วยเตี๋ยว ซึ่งเป็นเมนูที่เข้าถึงง่าย ทำให้แขกทุกช่วงวัยสามารถเลือกทานในแบบที่ตัวเองชอบได้ครับ

แขกหลายคนชมว่าอาหารในงานอร่อยมากครับ เวลาพูดถึงงานแต่งของเรา ส่วนใหญ่จะพูดถึงเรื่องอาหารก่อนเลย บางคนยังถามด้วยว่าซุ้มอาหารที่เห็นนำมาจากร้านข้างนอกหรือเปล่า เป็นร้านดังหรือไม่ ซึ่งจริง ๆ แล้วทั้งหมดเป็นอาหารที่จัดโดยทางโรงแรม

อีกเรื่องที่แขกแซวกันบ่อยก็คือจำนวนซุ้มอาหารที่มีเยอะมาก จนบางคนบอกว่าเดินชิมไม่ทั่ว แล้วแซวกันว่าเหมือนมางานมหกรรมอาหารมากกว่างานแต่ง (หัวเราะ)

แต่สำหรับพวกเราแล้วตั้งใจให้บรรยากาศของงานออกมาในโทนสนุก ๆ คล้ายฟู้ดปาร์ตี้ พอเห็นแขกทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยและมีความสุข เราก็รู้สึกดีใจมากครับ

นอกจากอาหารภายในงานแล้ว เรายังเตรียม Welcome Drink เป็นชานมไว้ต้อนรับแขกด้วย ซึ่งเป็นร้านของรุ่นพี่ที่เรารู้จักกัน เดิมทีตั้งใจอยากเตรียมให้เท่ากับจำนวนแขกทั้งหมด แต่ด้วยความที่ตัดสินใจเพิ่มส่วนนี้ค่อนข้างใกล้วันงาน จึงใช้เป็นกิมมิกสำหรับต้อนรับแขกที่มาถึงก่อนเวลาแทน เลยกลายเป็นว่าตั้งแต่แขกเดินทางมาถึงก็มีของกินและเครื่องดื่มไว้ต้อนรับตั้งแต่ก่อนเข้างาน

ฝากความทรงจำเล็ก ๆ ไว้ในของชำร่วย… ทุกครั้งที่เห็น ก็ยังมีเราอยู่ในนั้น

สำหรับของชำร่วย เราตั้งใจเลือกสิ่งที่แขกรับไปแล้วสามารถนำไปใช้ต่อได้จริง ไม่ใช่ของที่เก็บไว้เฉย ๆ หรือถูกทิ้งไปในภายหลัง ด้วยความที่ผมเป็นนักบินและต้องพกปากกาอยู่เสมอ เลยคิดว่าปากกาเป็นของใช้ที่ทุกคนน่าจะได้ใช้ในชีวิตประจำวัน

เราจึงเลือกทำเป็นปากกาและออกแบบให้ดูเรียบง่าย ใช้ได้เหมือนของใช้ทั่วไป โดยดีไซน์โลโก้ “TN” ซึ่งเป็นชื่อย่อของเราสองคนไว้เล็ก ๆ ที่ตัวปากกา แทนการสกรีนชื่อไว้ที่ซองด้านนอก เพื่อให้แขกสามารถทิ้งซองได้อย่างสบายใจ โดยไม่รู้สึกเหมือนกำลังทิ้งชื่อของพวกเรา

สุดท้ายแล้วปากกาด้ามนี้อาจดูเหมือนของใช้ธรรมดา แต่เราก็หวังว่าทุกครั้งที่หยิบมาใช้ มันจะเป็นเหมือนความทรงจำเล็ก ๆ ที่ยังมีพวกเราอยู่ในนั้น แม้วันงานแต่งจะผ่านไปแล้วก็ตาม

งานที่ใช่ เกิดขึ้นได้เมื่อเจอทีมที่เข้าใจ

การจัดงานแต่งครั้งนี้ทำให้เรารู้สึกประทับใจในทุกช่วงเวลาครับ และรู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจเลือกสถานที่ถูกจริง ๆ ไม่ได้พูดเพราะกำลังให้สัมภาษณ์นะครับ (หัวเราะ) แต่เรารู้สึกว่าโชคดีมากที่เลือกจัดงานที่แกรนด์ริชมอนด์ โชคดีที่ไม่ได้ไปจัด Venue ที่อื่น หรือโรงแรมในเมือง เพราะสิ่งที่ทำให้งานออกมาดีได้ขนาดนี้คือทีมซัพพอร์ตของที่นี่ที่ช่วยกันดูแลอย่างเต็มที่ ไม่ใช่แค่ทีมเซลล์ แต่รวมถึงพนักงานทุกฝ่ายและทีมพาร์ทเนอร์ที่เกี่ยวข้องด้วย

ตุ๊กตา : “พี่ ๆ พนักงานทุกทีมที่อยู่ในงานจัดเลี้ยงดูแลเพื่อนและตุ๊กตาดีมากเลยค่ะ ตอนที่ตุ๊กตาหิวแล้วลงมา เขาก็พยายามหาอะไรมาให้ทาน ช่วยอุ่นอาหารให้ อำนวยความสะดวกต่าง ๆ รวมถึงดูแลแขกในงานเป็นอย่างดี คอยจัดการปัญหาหน้างานให้เรา ตอนนั้นเรามีการปรับแพลนช่วงประมาณสี่ทุ่ม ก็มีพี่ทีมช่างไฟลงมาช่วยดูให้ทันที ไม่รู้มาจากไหนแต่เหมือนทุกคนพร้อมช่วยกันหมดเลย หลายอย่างทำให้เรารู้สึกว่าถ้าไม่ใช่แกรนด์ริชมอนด์ งานของเราคงไม่ออกมาดีขนาดนี้ค่ะ”

สำหรับโมเมนต์ของวันงานจริง ๆ แล้วแทบทุกช่วงเวลายังคงอยู่ในความทรงจำทั้งหมด เพราะเราได้รับคำชมจากแขกในงานเยอะมาก หลายคนบอกว่างานนี้สะท้อนความเป็นตัวของเราสองคนได้ชัดเจน และเป็นงานที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของความสุขในทุกช่วงเวลา

ทั้งพิธีการ สถานที่ การตกแต่ง รวมถึงการบริการของโรงแรม ล้วนทำให้เราประทับใจมาก เมื่อนึกย้อนกลับไปตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเข้ามาคุยเรื่องการจัดงาน จนถึงวันงานจริง ไม่เคยมีช่วงไหนเลยที่ทำให้เรารู้สึกว่าไม่แน่ใจหรือรู้สึกว่าอะไรไม่เวิร์ก ทุกอย่างเป็นประสบการณ์ที่ดีมาตลอด

ตุ๊กตา : “ไม่รู้จะเลือกเล่าความประทับใจช่วงไหนเลยค่ะ เพราะมันประทับใจไปหมดจริง ๆ”

ไม่เป๊ะก็ไม่เป็นไร… เพราะทุกโมเม้นท์เต็มไปด้วยความทรงจำ

ตั้งแต่ช่วงเตรียมงาน ทุกอย่างถือว่าเป็นไปอย่างราบรื่นครับ เรารู้อยู่แล้วว่าในวันงานจริงอาจมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ เพราะจากประสบการณ์ที่เคยไปร่วมงานแต่งของคนอื่น ก็เห็นว่าไม่มีงานไหนที่ควบคุมได้สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์

ถ้าถามว่ามีปัญหาไหม ก็มีบ้างเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในระดับที่สามารถแก้ไขเฉพาะหน้าได้ ทำให้งานโดยรวมออกมาค่อนข้างสมบูรณ์ สิ่งที่คลาดเคลื่อนมากที่สุดน่าจะเป็นเรื่องของเวลาที่อาจไม่ตรงตามแพลนทั้งหมด ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องปกติของหน้างานที่อาจมีการดีเลย์หรือสลับลำดับคิวกันบ้าง

บางโมเมนต์ที่เราคิดไว้ตั้งแต่แรกอาจไม่ได้เกิดขึ้นตามแผน แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะยังมีอีกหลายช่วงเวลาที่เกิดขึ้นและกลายเป็นความทรงจำดี ๆ เข้ามาทดแทนครับ

ส่วนเรื่องความตื่นเต้น เราถามกันตลอดว่า “ตื่นเต้นยัง?” ถามกันมาเรื่อย ๆ จนถึงวันงานจริง เจ้าสาวก็บอกว่า “ยังไม่ตื่นเต้นเลย” (หัวเราะ) อาจเป็นเพราะทุกอย่างอยู่ในสายตาของเราตลอด ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมงาน ตุ๊กตากับแน๊ทลงมือทำกันเองแทบทั้งหมด รายละเอียดต่าง ๆ เลยอยู่ในหัวของเราทั้งคู่ ทำให้พอจะคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง มีจุดไหนที่อาจผิดพลาด และถ้าเกิดปัญหาจะรับมืออย่างไร

ด้วยเหตุนี้เราจึงรู้สึกว่าการที่ไม่ได้จ้างออแกไนซ์ก็มีข้อดีเหมือนกัน เพราะงานออกมาไม่ใช่งานแต่งตามแพทเทิร์นทั่วไป แต่เป็นงานที่สะท้อนความเป็นตัวของเราสองคนจริง ๆ เลยไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรเป็นปัญหาใหญ่ หรือถ้ามีจุดที่ติดขัดบ้างก็ยังรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่เราทำออกมาได้ดีที่สุดแล้ว

สิ่งเดียวที่แอบเสียดายนิดหน่อยคือแทบไม่มีเวลาได้ทานอาหารเลย ซึ่งเป็นเรื่องปกติของบ่าวสาวที่มักจะยุ่งจนไม่มีเวลากินอะไร วันนั้นแค่หาเวลาจิบน้ำได้สักหน่อยก็ถือว่าน่าประทับใจแล้วครับ

คำแนะนำจากบ่าวสาว
หัวใจของงาน “เพื่อเรา” คือการสื่อสาร

สำหรับเรา การสื่อสารคือหัวใจสำคัญของการจัดงานแต่งงาน โชคดีที่ผู้ใหญ่ในครอบครัวช่วยดูแลแขกของท่านเอง และไม่ได้ยึดติดกับพิธีการมากนัก ทำให้บ่าวสาวสามารถโฟกัสกับการจัดงานในแบบที่ต้องการได้เต็มที่ ยิ่งการตัดสินใจหลายอย่างอยู่กับบ่าวสาวมากเท่าไร งานก็ยิ่งสะท้อนตัวตนของเรามากขึ้น

แต่สำหรับบางครอบครัวที่ยังอยากรักษาพิธีการบางอย่างไว้ สิ่งสำคัญคือการพูดคุยและหาจุดสมดุลร่วมกัน งานของเราราบรื่นและเต็มไปด้วยความสุข เพราะเราได้สื่อสารกับผู้ใหญ่ตั้งแต่ต้นจนทุกคนเข้าใจและสนับสนุน จึงทำให้รู้สึกว่างานนี้เป็นงานที่จัดขึ้น “เพื่อเรา” อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ คู่รักแต่ละคู่ก็มีความต้องการและมุมมองที่แตกต่างกัน บางครั้งตารางเวลาหรือไลฟ์สไตล์ที่ไม่ตรงกันอาจทำให้มีความคิดเห็นไม่ตรงกันบ้าง หรือมีการถกเถียงกันบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ สิ่งสำคัญคือการเปิดใจพูดคุยกันว่าต่างฝ่ายต้องการอะไร เพราะนั่นคือจุดเริ่มต้นของการสร้าง “งานของเรา” หากตามใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากเกินไป อีกคนอาจรู้สึกว่าไม่ได้มีส่วนร่วม และสุดท้ายงานก็อาจไม่สะท้อนตัวตนของทั้งคู่ได้อย่างแท้จริง

การแต่งงานเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในชีวิต ทุกองค์ประกอบของงานจึงควรเต็มไปด้วยความรู้สึกของ “เรา” ทั้งความรัก ความตั้งใจ และโมเมนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ของคู่บ่าวสาว

สำหรับคู่ที่เลือกใช้บริการเวดดิ้งแพลนเนอร์ การสื่อสารก็ยิ่งสำคัญ ต้องกล้าบอกในสิ่งที่ต้องการ ชอบหรือไม่ชอบอะไร เพื่อให้ทีมงานเข้าใจและสามารถปรับให้ตรงกับความต้องการได้ เพราะหากไม่สื่อสารตั้งแต่ต้น แล้วมารู้สึกเสียดายในวันงาน ก็อาจสายเกินไปแล้ว

สุดท้ายแล้ว หากตั้งใจจะจัดงานแต่งงานของตัวเอง ก็ขอให้ทำอย่างเต็มที่ในแบบที่อยากให้เป็น เพราะงานนี้คือ “งานของเรา” จริง ๆ.

อย่าลืมคำนวณเรื่องการเชิญแขก

แม้ว่างานของเราจะได้ออกแบบไอเดียต่าง ๆ เองเกือบทั้งหมด แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องวางแผนให้ดีตั้งแต่ต้นคือเรื่องจำนวนแขก เพราะนอกจากแขกของบ่าวสาวแล้ว ยังมีแขกของผู้ใหญ่ในครอบครัวด้วย ทำให้ขนาดของงานอาจขยายมากกว่าที่คิดไว้ในตอนแรกได้

ดังนั้นการประเมินจำนวนแขกให้ใกล้เคียงความจริงที่สุดจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อจะได้เลือกสถานที่ที่สามารถรองรับได้อย่างเหมาะสม เมื่อวางเรื่องจำนวนแขกและสถานที่ได้ลงตัวแล้ว รายละเอียดอื่น ๆ ของงานก็จะค่อย ๆ ตามมาครับ

งานแต่งควรจัดเพื่อตัวเรา

คู่รักแต่ละคู่ย่อมมีความต้องการและมุมมองที่แตกต่างกัน บางครั้งตารางเวลา หรือไลฟ์สไตล์ที่ไม่ตรงกัน อาจทำให้มีความคิดเห็นไม่ตรงกันหรือมีการถกเถียงกันบ้าง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ สิ่งสำคัญคือการเปิดใจพูดคุยกันว่าต่างฝ่ายต้องการอะไร เพราะนั่นคือจุดเริ่มต้นของการสร้าง “งานของเรา” ร่วมกัน

หากตามใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากเกินไป อีกฝ่ายอาจรู้สึกว่าไม่ได้มีส่วนร่วม และสุดท้ายงานแต่งก็อาจไม่สะท้อนตัวตนของทั้งคู่ได้อย่างแท้จริง การแต่งงานเป็นช่วงเวลาสำคัญที่อาจเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในชีวิต ดังนั้นทุกองค์ประกอบของงานควรเต็มไปด้วยความรู้สึกของ “เรา” ทั้งความรัก ความตั้งใจ และโมเมนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ของคู่บ่าวสาว

ImageWedding

WEDDINGPACKAGE

Are you interested? Please book a package. We're happy to help!

WE CAN MAKE YOUR WEDDING DREAM COME TRUE
The Grand Richmond Hotel's experienced event planning team is dedicated to making your event a success, with a wide range of services that include venue options, meetings, incentives, conventions, exhibitions, and dining experiences. Our team will work closely with you to ensure that your event runs smoothly and exceeds your expectations.
ImageWedding

WEDDING
PACKAGE